แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -*-*-*-*-*-*- แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -*-*-*-*-*-*- แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การอ่าน TAB เพื่อจะ solo

เพื่อนๆ คงจะเคยเห็น TAB กีต้าร์กันมาบ้างแล้วนะครับ TAB กีต้าร์เป็นสื่อการเรียนที่เป็นสากลและแพร่หลาย เพราะเข้าใจง่าย อ่านได้เร็วกว่าการดูโน๊ตบรรทัด 5 เส้น โดยผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางทฤษฎีดนตรีก็สามารถเข้าใจได้ ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่าน TAB มาก่อน ลองทำความเข้าใจดูนะครับ
จากรูป เป็นรูปของ Tab กีต้าร์ครับ จะเห็นว่าเป็นเส้นตรง 6 เส้น ด้านซ้ายสุดจะเขียนว่า TAB ไว้เป็นสัญลักษณ์ ทั้ง 6 เส้น จะแทนสายกีต้าร์ทั้ง 6 สาย โดยเส้นบนสุด แทนสายกีต้าร์สายที่ 1 ไล่ลงไปเรื่อยๆ จนถึงเส้นที่อยู่ล่างสุด จะแทนสายกีต้าร์สายที่ 6 ครับ ตัวเลขที่อยู่บน TAB แสดงถึงเฟรทที่เราจะต้องกดว่าอยู่เฟรทใด และบนสายใด ตัวอย่างเช่น เลข 7 บน เส้นที่ 3 หมายถึงเราจะต้องกดนิ้วที่เฟรทที่ 7 บนสายกีต้าร์สายที่ 3 นั่นเองครับ
"เลข 0" หมายถึง ดีดสายเปล่า
ลองหยิบกีต้าร์ขึ้นมาแล้ววางนิ้วตาม TAB ด้านบนดูซิครับ ........
จะสังเกตุได้ว่าการเล่นตาม Tab ด้านบน จะเป็นการดีดพร้อมกันทั้งหมด (ทั้ง 6 สาย) ในลักษณะของการจับคอร์ดนั่นเอง
คุ้นๆมั้ยครับ สำหรับผู้ที่เคยเล่นกีต้าร์ตีคอร์ดมาบ้างแล้วคงร้องอ๋อ... เพราะความจริงมันก็คือ "คอร์ด Emaj" หรือ เรียกสั้นๆว่า "คอร์ด E" นั่นเอง โดยถ้าเป็นสัญลักษณ์การจับคอร์ดก็จะเป็นรูปดังนี้ครับ
Guitar chords: E
ในรูปแบบของ TAB แล้ว โดยปกติจะไม่มีการบอกนิ้วที่กดในแต่ละสายว่าจะต้องใช้นิ้วใด อ้าว! แล้วอย่างงี้จะรู้ได้อย่างไรล่ะครับ.... อันที่จริงแล้วลักษณะการวางนิ้ว มักจะเป็นไปโดยธรรมชาติ และคำนึงถึงความต่อเนื่องในการเล่น ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถฝึกเองได้ไม่อยากครับ
พอเข้าใจกันบ้างแล้วใช่มั้ยครับ แต่ทั้งนี้ ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆอีกที่แสดงบน TAB ตามตารางดังนี้ ซึ่ง โดยทั่วไปแล้วเทคนิคที่พบบ่อยๆคือ h (hammer on), p (pull off), / (slide up), \ (slide down), v (vibrato) ครับ

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การเล่น power cord

  การจับ power chord

       power chord นั้น เป็นเป็นคอร์ดที่ให้เสียงหนักแน่นมีพลัง การจับ power chord นั้นจะคล้ายกับการจับคอร์ดทาบมากแต่จะจับน้อยกว่า โดย Power chord นั้นจะจับอยู่ที่ สาย 3 4 5 6
      การจับ Power Chord นั้นจับได้สองแบบคือการจับแบบโน๊ตคู่ห้า และ แบบทั้งคู่ห้าและคู่แปด การจับแบบหลังนี้(คู่5และคู่8)จะให้เสียงที่ครบกว่าออกเสียงกลางมากขึ้น ส่วนการนำไปใช้นั้นว่าควรจะจับแบบใหนก็ต้องดูเพลงที่เล่นว่าเป็นแบบใด Power Chord ที่เล่นในเพลงนั้นเล่นเป็นกีต้าร์หลักหรือเล่นเป็นRhythmให้จังหวะเป็นแบ็ค กราว์ด ถ้าเล่นเป็น Rhythm ก็ควรจะจับแบบคู่5มากกว่าเพราะจะไม่ออกเสียงกลางมากไม่ทำให้ไปกลบเสียงของกี ต้าร์หลัก แต่ถ้าเล่น Power Chord เป็นกีต้าร์หลักก็ควรจะจับแบบที่สอง(แบบคู่5และคู่8)เพราะเสียงจะออกไปทาง เสียงกลางชัดเจนมากขึ้นและเสียงจะพุ่งกว่าการจับแบบแรกฟังแล้ว เข้าถึงอารมณ์ของเพลงมากกว่า
 การเปลี่ยนคอร์ดนั้นสามารถเลื่อนฟอร์มการจับขึ้นลงได้เหมื่อนกับคอร์ด ทาบ ตัวอย่างเช่น จับคอร์ด F อยู่ ถ้าเลื่อนเข้ามาหาตัว 1 ช่องก็จะเป็นคอร์ด F#, 2 ช่องก็จะเป็นคอร์ด G       การจับ Power Chord บางคอร์ดที่ต้อง Muted เสียงที่สาย 6 จะใช้นิ้วกลางเตะไว้ที่สายเพื่อไม่ให้เกิดเสียงที่สายนั้น ตัวอย่างการจับคอร์ด C Power Chord ดังรูปด้านบน